6.19.2555

ที่มาคัพเค้กสวยๆ

ปัจจุบัน Cupcake เป็นที่นิยมมาก เพราะตกแต่งสวยงามน่าทาน จริงๆแล้ว คัพเค้ก (Cupcake) เริ่มมาจากไหนกัน เพราะอะไรถึงเรียกอย่างนี้ที่มาของ Cupcake  “cupcake” ถูกพบครั้งแรกในปี 1828 ในหนังสือ Eliza Leslie’s Receiptscookbook ในช่วงต้นศตวรรรษที่ 19 มีการเขียนทั้งแบบ Cup cake และ Cupcake เดิมที่สมัยก่อนจะอบ Cupcake ในถ้วยกระเบื้องกันคัพเค้ก ( Cupcake ) เริ่มแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ราวช่วงต้นศตวรรษที่ 19 คิดขึ้นมาเพื่อต้องการประหยัดเวลาในการทำจีงได้คิดทำเค้กเป็นถ้วยๆขึ้นมา ซึ่งจริงๆต้นกำเนิดแล้วคำว่า Cupcake นั้น นักประวัติศาสตร์ด้านอาหารคิดว่าน่าจะมาจาก 2 ทฤษฏี คือมาจากการทำเค้กในถ้วย จึงเรียกว่า คัพเค้ก (Cupcake)มาจากเวลาทำเค้กชนิดนี้ มาตราส่วนในการตวงใช้ เป็นถ้วย จึงเรียกว่า คัพเค้ก (Cupcake)จริงๆแล้ว เริ่มแรกของเค้กชนิดนี้ เดิมเรียกว่า “ Number Cake , 1234 cakes , quarter cakes ” เพราะว่ามันง่ายในการจำสูตรในการทำ เนย 1 ถ้วย , น้ำตาล 2 ถ้วย , แป้ง 3 ถ้วย , ไข่ไก่ 4 ฟอง , นม 1 ถ้วย ,ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกันอบเสร็จก็กลายเป็น Cupcake แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนา Cupcake โดยส่วนผสม,รูปร่าง,การตกแต่ง ที่หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายคัพเค้ก (Cupcake) ทำง่าย สะดวกรวดเร็วกว่า การทำเค้กทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ หลังจากอบเสร็จมีการตั้งเอาไว้ให้หายร้อนในเตาอบ ทำให้เค้กไหม้ มัฟฟินทิน (Muffin tin) จึงได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในช่วงศตวรรษที่ 20 ถือเป็นช่วงในการเริ่มต้นทำ Cupcake ในถ้วยอลูมิเนียม , ถ้วยกระดาษสีสวยๆที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทำให้ คัพเค้ก ( Cupcake) ได้รับความนิยมอย่างมากมายในปัจจุบัน มีร้านขาย Cupcake เปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คัพเค้กยอดนิยม ก็ยังคงเป็นรสวานิลา (Vanilla)) และช็อคโกแล็ต ( Chocolate ) ส่วนรสอื่นๆ ก็มี ราสเบอรรี่ เมอแรง (raspberry meringue) ,เอสเพลสโซ่ ฟรัดจ์ (Espresso fudge)อุปกรณ์ที่สำคัญในการทำคัพเค้กคือ1. พิมพ์และถ้วยกระดาษ ( paper line) พิมพ์มีหลายแบบ เช่น ถ้วยอบเค้กรูปดาว พิมพ์ถาดมัฟฟิน พิมพ์ชนิดถอดได้ พิมพ์พาย ฯลฯ ส่วนถ้วยกระดาษที่ใช้ก็มีหลายขนาด หลายสีให้เลือก แล้วแต่ความชอบ (ในสูตรที่จะเขียนจะใช้ถ้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 1/2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว) อุปกรณ์สามารถหาเลือกซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วไป2. ช็อกโกแลต (chocolate) ในการทำคัพเค้ก(แบบเค้กช็อกโกแลต)ใช้ทั้ง dark chocolate, milk chocolate, white chocolatedark chocolate คือ ช็อกโกแลตที่ไม่ได้เพิ่มนมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งบางครั้งก็ถูกเรียกเป็นช็อกโกแลตธรรมดา แต่ว่าทางรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกเป็นช็อกโกแลตหวาน และกำหนดให้มีส่วนผสมของช็อกโกแลตเหลวบริสุทธิ์เข้มข้น 15% แต่ทางยุโรปได้กำหนดให้มีส่วนผสมของเมล็ดโกโก้อย่างน้อย 35%milk chocolate คือ ช็อกโกแลตที่ผสมนมหรือ นมข้นหวาน รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดว่าหากจะเรียกว่าช็อกโกแลตนม ต้องมีส่วนผสมของช็อกโกแลตเหลวบริสุทธิ์เข้มข้น 10% แต่ทางยุโรปได้กำหนดให้มีส่วนผสมของเมล็ดโกโก้อย่างน้อย 25% ช็อกโกแลตชนิดนี้มีส่วนผสมของเนยโกโก้ ( cocoa butter) นม และยังเพิ่มความหวานและรสชาติลงไปด้วย ช็อกโกแลตนมนี้ใช้สำหรับแต่งหน้าขนมได้เป็นอย่างดี ช็อกโกแลตนมที่ทำในประเทศสหรัฐฯ ต้องประกอบด้วยน้ำช็อกโกแลตอย่างน้อย 10% และนมที่ไม่ได้เอามันเนยออก 12%white chocolate คือ ช็อกโกแลตชนิดนี้มีส่วนผสมของเนยโกโก้ แต่ไม่มีโกโก้ที่อยู่ในรูปของไขมัน แต่จะประกอบไปด้วยน้ำตาล เนยโกโก้ นมสด และใส่กลิ่นวานิลลาลงไปด้วย ช็อกโกแลตขาวนี้จะแตกหักง่าย หากเป็นของปลอมจะทำมาจากน้ำมันพืชมากกว่าเนยโกโก้3. ผลไม้ที่นิยมแต่งหน้าคัพเค้ก คือ ผลไม้ที่ออกรสเปรี้ยวอมหวาน กินแล้วสดชื่นเชอร์รี่ เพราะสีสดใส รูปทรงอ่อนช้อย อีกทั้งรสหวานอมเปรี้ยวพอดีบลูเบอร์รี่ ใช้กับเค้กหลายชนิด อีกทั้งกินสดๆแนมกับเค้กได้ดีราสเบอร์รี่ มีลูกสีแดงสด มีรสเปรี้ยวนำตามด้วยหวานกลิ่นหอมสตรอว์เบอร์รี่ มีสีแดงกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นผลไม้แห่งฤดูร้อน รสชาติเปรี้ยวหวานส้ม มีรสเปรี้ยวอมหวานที่ค่อนข้างเข้มข้นการผึ่งคัพเค้กให้เย็น ( cooling cupcakes)เมื่อขนมสุกดี ยกออกจากเตา แล้วทิ้งไว้ในพิมพ์นาน 5 นาที แล้วจึงคว่ำออกจากพิมพ์ วางพักบนตะแกรง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น